ช็อกฮอลลีวูด สการ์เลต โจแฮนสัน ยื่นฟ้องบริษัทดิสนีย์ กล่าวหาทำผิดสัญญา ฉายหนัง เรื่อง Black Widow แบบสตรีมมิง ทาง Disney+ ในช่วงเดียวกับที่ฉายในโรงภาพยนตร์ ขณะที่บ.ดิสนีย์ปฏิเสธข้อกล่าวหา

เมื่อ 30 ก.ค.64 สำนักข่าวบีบีซีรายงาน สการ์เลต โจแฮนสัน ดาราสาวฮอลลีวูดชื่อดัง วัย 36 ยื่นฟ้องบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ (Disney) ต่อศาลชั้นต้นในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา โดยกล่าวหาบริษัทดิสนีย์ว่าได้ละเมิดสัญญา ด้วยการนำภาพยนตร์เรื่อง Black Widow ที่โจแฮนสัน เป็นนักแสดงนำฝ่ายหญิงมาฉายแบบสตรีมมิง บนแพลตฟอร์มของ Disney+(ดิสนีย์พลัส) ในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการฉายภาพยนตร์ Black Widow ในโรงภาพยนตร์

โจแฮนสัน อ้างว่าเธอได้รับคำมั่นสัญญาจากค่ายหนัง Marvel Studioes (มาร์เวล สตูดิโอ) ซึ่งเป็นของบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ว่า ภาพยนตร์เรื่อง Black Widow จะถูกฉายแบบภาพยนตร์ ซึ่งโจแฮนสันเข้าใจว่านั่นหมายถึง การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกฉายแบบธรรมเนียมปฏิบัติเดิม คือ จะถูกนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน จึงจะนำไปฉายแบบสตรีมมิงทางแพลตฟอร์มของ Disney +

มีรายงานว่า หลังจากทางการสหรัฐฯ ได้คลายมาตรการคุมโควิดในเดือนนี้ หนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่เรื่อง Black Widow สามารถทำรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศ โดยสุดสัปดาห์แรก หลัง ‘Black Widow’ เข้าฉาย สามารถสร้างรายได้ 218 ล้านดอลลาร์ จากการจำหน่ายตั๋วในโรงภาพยนต์ที่ทวีปอเมริกาเหนือ 80 ล้านดอลลาร์ และต่างประเทศ 78 ล้านดอลลาร์ และได้รายได้ 60 ล้านดอลลาร์ผ่าน Disney+ Premier ซึ่งต้องจ่ายเงินเพื่อรับชม

โจแฮนสัน ดาราสาวฮอลลีวูดคนดังอ้างว่าการที่บริษัทดิสนีย์นำภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายแบบสตรีมมิงพร้อมกับในโรงภาพยนตร์ ทำให้รายรับของเธอพลอยหายไปอย่างมากด้วย โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดในโครงการภาพยนตร์ เผยว่าโจแฮนสันได้สูญเสียรายได้ไปถึง 50 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

บีบีซีรายงานว่าก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 แฟนหนังฮอลลีวูดจะต้องรอไปดูภาพยนตร์เรื่องใหม่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น หรือต้องรออีก 3 เดือน จึงจะได้ชมภาพยนตร์จากการถูกนำมาฉายแบบสตรีมมิงผ่านแพลตฟอร์มบนดีไวซ์

เบื้องต้น บริษัทวอลต์ ดิสนีย์ ยังไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้โดยทันที หลังจากถูกดาราสาวคนดังฟ้องเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา และต่อมา รอยเตอร์รายงานว่า บริษัทวอลต์ ดิสนีย์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของโจแฮนสัน ที่อ้างว่าบริษัทผิดสัญญา โดยบริษัทดิสีย์ ระบุว่าข้อกล่าวหาของโจแฮนสัน ‘ไม่สมควร’ พร้อมกับโต้กลับว่า การฉายภาพยนตร์ทางสตรีมมิง ได้เปิดโอกาสให้โจแฮนสันได้ค่าตอบแทนมากขึ้น นอกเหนือจากค่าตัว 20 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับไปแล้ว