นายโจ ไบเดน กล่าวว่าเขา “รู้สึกเป็นเกียรติ” หากรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐของเขา และ “ดีแล้ว” ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะไม่มา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่านายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติ หากรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสาบานตนของเขา ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเที่ยงของวันที่ 20 ม.ค.นี้ตามเวลาท้องถิ่น 
 
ด้านเพนซ์ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนนายเดวิน โอมัลลีย์ โฆษกประจำตัวรองผู้นำสหรัฐ กล่าวว่าเพนซ์ และนางคาเรน เพนซ์ สุภาพสตรีหมายเลขสองของสหรัฐ “ยังไม่ได้ตัดสินใจ” ว่าจะเข้าร่วมพิธีสาบานตนของผู้นำสหรัฐคนที่ 46 หรือไม่

ทั้งนี้ เพนซ์กำลังเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น จากหลายฝ่ายทั้งในพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต ให้นำคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน ใช้อำนาจตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 25 เพื่อ “ยึดอำนาจบริหาร” จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังมวลชนฝ่ายสนับสนุนผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน บุกจู่โจมเข้าไปภายในอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขัดขวางการลงมติของสภาคองเกรส รับรองมติของคณะผู้เลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการขั้นสุดท้ายก่อนถึงวันสาบานตนของไบเดน
  
ขณะที่รายงานหลายกระแสระบุว่า ทรัมป์และเพนซ์ไม่ได้สนทนากันนับตั้งแต่เกิดเหตุ และผู้นำสหรัฐไม่พอใจอย่างหนัก ต่อการที่เพนซ์ยืนยันว่า “ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ” ที่จะพลิกผลการลงมติของคณะผู้เลือกตั้ง

อนึ่ง ก่อนหน้าการแถลงของไบเดนเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะไม่เข้าร่วมพิธีสาบานตนของไบเดน สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐคนแรก ในรอบนานกว่า 1 ศตวรรษ นับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน ผู้นำคนที่ 17 ซึ่งไม่ได้เข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดียูลิสซีส แกรนต์ เมื่อปี 2412 และไบเดนพูดถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เขาเห็นด้วยกับผู้นำสหรัฐ” และ “ดีแล้วที่ทรัมป์ไม่มา”