The Christmas Chronicles 2 ภาคต่อผจญภัยพิทักษ์คริสต์มาส ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีคริสต์มาส กำกับและเขียนบทโดย คริส โคลัมบัส นำแสดงโดย เคิร์ต รัสเซลล์, โกลดี ฮอว์น, ดาร์บี แคมป์, Jazhir Bruno, จูดาห์ เลวิส, จูเลี่ยน เด็นนิงสัน, ไทรีส กิบสัน ภาพยนตร์ภาคต่อแฟรนไชน์ The Christmas Chronicles โดยเน็ตฟลิกซ์ ที่ทิ้งช่วงเวลาระยะห่างในการสร้างถึง 2 ปี ก่อนที่จะสานต่อเรื่องราวของคริสต์มาสในแง่มุมที่คนที่ชมภาคแรกอาจจะสงสัยและใคร่รู้

เรียกได้ว่ามาก่อนวันคริสต์มาสล่วงหน้าถึง 1 เดือนเลยทีเดียว และสำหรับคนที่ชอบดูหนังวันหยุดหรือได้ดูภาคแรกมาก็คงไม่พลาดหรอก ใช่มั้ย? โดยผู้กำกับเรียกได้ว่าขึ้นแท่นจากโปรดิวเซอร์ภาคแรกมาเป็นผู้กำกับอีกครั้งอย่าง คริส โคลัมบัสที่มักได้ทำหนังครอบครัวหรือแฟนตาซีอยู่เสมอ แต่ล่าสุดปีหน้าเขาก็จะได้ไปกำกับหนังสยองขวัญที่สร้างจากเกมดังอย่าง Five Nights At Freddy’s ด้วย เรียกได้ว่านี่อาจเป็นการส่งท้ายปีหนังครอบครัวของเขาแหละ

หนังเป็นการหยิบจับตำนานซานต้าครอสมาเล่าในยุคสมัยใหม่ (ตอนนั้นก็ปี 2018 สองปีก่อนในภาคแรก) มาเรียบเรียงและดัดแปลงใหม่ผ่านตัวละคร เท็ดดี้ พี่ชายที่หลังเสียหัวหน้าครอบครัวไปก็ต้องแบกรับการดูแลน้องสาว เคท ที่แสนโลกสวยเชื่อในซานต้าครอสว่ามีอยู่จริง พร้อมกับแม่ที่วัน ๆ ทำแต่งาน จนกลายเป็นเด็กมีปัญหาทำตัวแย่ จนได้พบเจอกับซานต้าครอสโดยไม่ได้ตั้งใจในเมืองลอสเวลล์ รัฐแมสซาชูเซส เกิดเป็นการผจญภัยในคืนคริสต์มาสอีฟที่ป่วนไปทั่วเมือง ที่สุดแล้วทุกคนก็ได้เรียนรู้ที่จะมีความสุขในวันคริสต์มาส ซึ่งแม้คำวิจารณ์จะก้ำกึ่งบวกลบ แต่ด้วยกระแสยอดนิยมในเน็ตฟลิกซ์ ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นอกจากตัวละครซานต้าที่เฟี้ยวสุด ๆ ซีจีสุดเจ๋ง กับเจ้าพวกเอลฟ์ผู้ช่วยก็เป็นสิ่งที่เรียกความหรรษาให้กับเรื่องราวแล้ว ทำไมถึงจะต้องหยุดสร้างอยู่แค่ภาคเดียวล่ะ บอกเลยว่ามันนานมากจนผมลืมไปเลยว่าเคยมีภาคต่อ ภาคแรกก็ทิ้งท้ายเครดิตอยู่แล้ว ที่มีคุณนายซานต้าปรากฏตัวให้เห็นแว้บ ๆ

ผมเองก็ออกไปทางดูเพลิน ๆ ไม่ได้ว้าวอะไรมาก แต่มีภาคต่อเรื่องอะไรจะต้องพลาดล่ะ ซึ่งขอบอกเลยว่า นักแสดงแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาเลย อย่างเคิร์ต รัสเซลล์ กับ โกลดี ฮอว์น นักแสดงรุ่นเดอะที่มาร่วมจอกันครั้งแรก จูดาห์ เลวิส พ่อหนุ่มที่เคยพาเราไปสุดเหวี่ยงในแฟรนไชน์หนังคัลท์พี่เลี้ยงโหดสั่งฆ่ากับเด็กชายเด๋อหวังแอ้มสาวอย่าง THE BABYSITTER ที่ใครหลายคนคงชอบการแสดงของเขา Jazhir Bruno ที่เพิ่งผ่านหนังเรื่อง The Witches แม่มดที่แอนน์ แฮททาเวย์เล่นไปสด ๆ ร้อน ๆ ไหนจะจูเลี่ยน เด็นนิงสัน พ่อหนุ่มร่างท้วมที่ฝากผลงานกวน ๆ ใน DEADPOOL 2 หรือผลงานที่กำลังจะมาอย่าง Godzilla vs. Kong หรือแม้แต่ ไทรีส กิบสัน พ่อหนุ่มนักขับรถขอพักมือจากแฟรนไชน์ THE FAST AND FURIOUS ก็มารับบทง่าย ๆ สไตล์หนังครอบครัว ฉะนั้นรู้จักกันพ่อหอมปากหอมคอแล้ว มาดูดีกว่าว่าภาคต่อนี้จะยังมีมนต์ขลังของจิตวิญญาณของคริสต์มาสเหมือนภาคก่อนหรือไม่กันเถอะ

“สองปีหลังจากภาคแรก เคท เด็กสาวผู้มีศรัทธาในคริสต์มาสสุดใจที่เคยร่วมมือกับพี่ชายอย่างเทดดี้ปกป้องคริสต์มาส ต้องพบกับการเติบโตและการเปลี่ยนแปลง เมื่อครอบครัวที่สุขสันต์ต้องพบปัญหา เมื่อแม่ของเธอกำลังจะได้เริ่มต้นกับผู้ชายคนใหม่ที่มีลูกติดอย่าง แจ็ค ผู้หวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง ทำให้เธอขอพรให้ตัวเองหลุดพ้นจากทริปที่แสนน่าเบื่อ ณ เม็กซิโก แต่มันดันเป็นจังหวะเดียวที่ขั้วโลกเหนือกำลังมีปัญหาเมื่อภัยร้ายจากผู้ไม่หวังดีกำลังคืบคลานสู่หมู่บ้านคริสต์มาส เธอจึงต้องหวนคืนสู่ศรัทธา โดยร่วมกับเพื่อน ซานต้า เหล่าเอลฟ์แสนน่ารัก และคุณนายซานต้า เพื่อปกป้องคริสต์มาสจากการถูกทำลายตลอดกาล”

คาดหวังประเด็นใหม่ ๆ ที่ไม่ย่ำอยู่กับที่ ในภาคแรกโฟกัสที่ความสัมพันธ์ของ เท็ดดี้ กับ เคท ในการรับมือกับการสูญเสียในเมืองใหญ่ ครั้งนี้หนังจึงโฟกัสที่การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงผ่านตัวละคร เคท ที่เติบโตขึ้น ท่ามกลางการผจญภัยในดินแดนขั้วโลกเหนือแทน และเจอปัญหาที่เธอไม่สามารถโลกสวยได้อย่างเมื่อก่อน แต่เสน่ห์เธอก็ไม่ได้หายไป เธอยังคงเป็นคนเดิมแต่โตขึ้น สิ่งที่น่าเสียดายคือ เท็ดดี้ นั้นไม่ได้มีความสำคัญกับเรื่องราวอีกต่อไป เพราะดูเหมือนในภาคนี้เขาจะไม่มีความจำเป็นต้องแบกรับอะไรอีก เลยใส่ตัวละครใหม่อย่าง แจ็ค เข้ามารับหน้าที่เล่าเรื่องร่วม พร้อมด้วยคุณนายซานต้าที่รอบนี้มาเป็นตัวละครหลักที่คอยสนับสนุนตัวละครทุกตัวได้อย่างอบอุ่นและไม่ได้รู้สึกเป็นส่วนเกินหรือน่ารำคาญ แถมผมก็ค่อนข้างชอบการดีไซน์ให้เธอเป็นคนใจดีและรักเด็กมาาก ๆ แถมสามารถรับมือกับทุกอย่างได้อย่างฉลาดและโดดเด่น ในขณะที่ซานต้าที่รอบนี้อาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังมีลูกเล่นแพรวพราวเหมือนเดิม ยังมีบทเป็นหลักอยู่

ปมปัญหาสำคัญตัวร้ายของภาคนี้ ค่อนข้างธรรมดาและคาดเดาง่ายมาก ซึ่งมองว่ามันทำให้หนังขาดความสดใหม่จากที่พยายามปูมา เพราะแม้จะให้ความสำคัญกับพื้นที่ดินแดนและจุดกำเนิดของซานต้าและเอลฟ์มากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หนังดูแปลกใหม่อะไร การเปิดเผยปมคำตอบต่าง ๆ ก็ดูเป็นสูตรสำเร็จ ดูเป็นหนังคริสต์มาสแฟนตาซีวันหยุดทั่วไปของเน็ตฟลิกซ์ ในขณะที่ภาคแรกหยิบซานต้าไปโลดแล่นในเมืองอย่างสุดเจ๋ง และมีหลายฉากให้ลุ้นไปกับตัวละคร คาดเดายากว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ภาคนี้แม้จะมีฉากคล้าย ๆ กัน แต่ก็ไม่ได้น่าจดจำเท่าเลย ฉากซึ้งต่าง ๆ ที่ภาคแรกทำได้ดี แต่ภาคนี้มันกลับเฉย ๆ มาก ความที่มันดูง่ายไปหมดคือจุดอ่อนของภาคนี้เลย เสียดายแทนนักแสดงที่แสดงออกมาได้ดีมาก ๆ แต่บทมันกลับไม่ขยี้อะไรเพิ่ม เกือบเข้าใจมูลเหตุจูงใจและเห็นใจแล้ว แต่เปล่าเลย กลายเป็นรำคาญแทน ในขณะที่ตัวละครอื่นก็ดูไม่มีพัฒนาการอะไรเลย